จำนวนผู้ออนไลน์

เรามี 3 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สถิติผู้เข้าชม

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 26574
ประวัติความเป็นมาของแมวหิมาลายัน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๙:๔๔ น.
แนะนำ
แมวเปอร์เซียหิมาลายันถือเป็นแมวที่นิยมเลี้ยงกันมากสุดพันธุ์หนึ่งในบรรดา วงแมวต่างๆ นับตั้งแต่ปี 1957 มีแมวหิมาลายันได้รับการลงทะเบียนกว่า 343,000 ตัว ซึ่งในปี 1998 มีแมวหิมาลายันถูกโชว์กว่า 2,428 ตัวในการแข่งขันประกวดแมวต่างๆ (นั่นหมายความว่าในทุกครั้งที่มีการประกวด ก็จะมีแมวหิมาลายันออกโชว์เฉลี่ยครั้งละ 5-6 ตัว) และแมวหิมาลายันยังได้รับรางวัลในงายประกวดต่างๆ อีกมากมาย

ประวัติย่อ
ชาวเปอร์เซียได้รับการยอมรับและโด่งดังในฐานะผู้ขยาย พันธุ์แมวและได้เป็นผู้ตั้งรากฐานของการผสมพันธุ์แมวในยุคต้นๆ ซึ่งมีผลทำให้เกิดการพัฒนาของแมวหิมาลายันขึ้นมา วิวัฒนาการขั้นแรกๆของแมวเปอร์เซียเกิดขึ้นในที่ราบสูงเปอร์เซีย(ประเทศ อิหร่านและอิรักในปัจจุบัน) ซึ่งแมวที่มีขนยาวและนุ่มลื่นนี้ได้ถูกนำไปสู่ยุโรปโดยพวกฟินิเซียนและโรมัน ทำให้ชาวยุโรปต่างประทับใจกับมันมาก โดยเป็นเวลากว่าหลายปีแล้วที่แมวเปอร์เซียถูกขยายพันธุ์ไปเพื่อที่จะคงแมวขน ยาวนี้ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

ก้าวแรกของการพัฒนาแมวเปอร์เซีย หิมาลายัน นี้คือการผสมระหว่างแมวพันธุ์ไทยวิเชียรมาศกับแมวพันธุ์เปอร์เซีย ซึ่งต่อมาก็มีการขยายพันธุ์ลูกหลานเรื่อยๆเพื่อที่จะสร้างกลุ่มของแมวที่มี ขนยาวและมีลวดลายแบบ colorpoint-persian ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ได้ถูกขยายพันธุ์กลับไปยังเปอร์เซียและทายาทของมันก็ถูกผสม ข้ามพันธุ์ หลายปีต่อมานักผสมพันธุ์ก็มีแมวที่มีลักษณะเฉพาะของแมวเปอร์เซียและมีสีแบบ colorpoint หลากสี เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก้าวต่อไปก็เริ่มขึ้นโดยมีการยอมรับสายพันธุ์แมวนี้จาก องค์กรจดทะเบียน

ในประเทศอังกฤษ นาย Brian Sterling-Webb ได้พัฒนาให้แมวขนยาว colorpoint ของเขามีความสมบูรณ์เรื่อยๆตลอดช่วงเวลา 10 ปี โดยในปี 1955 เขาติดต่อกับ Governing Council of the Cat Fancy (GCCF) และขอให้มีการยอมรับแมวขนยาวสายพันธุ์ใหม่นี้  ด้วยการที่เขาและนักขยายพันธุ์คนอื่นๆ ได้เตรียมพร้อมสำหรับการอธิบายและปกป้องงานที่เขาได้ทำการพัฒนาสีใหม่นี้ ขึ้นมา ทำให้แมวขนยาว colorpoint นี้ได้รับการอนุมัติข้อเสนอและถูกยอมรับเป็นสายพันธุ์หนึ่งในประเทศอังกฤษ

ในอเมริกาเหนือ นาง Goforth ได้ทำการเสนอให้มีการยอมรับสายพันธุ์นี้ในระหว่างการประชุมประจำปีของ CFA ใน Washington , DC เมื่อ 18 ธันวาคม 1957 โดยนาง Goforth ได้คัดค้านว่าถึงแม้ว่าลักษณะทั่วไปของแมวหิมาลายันนี้จะบ่งชี้ถึงลักษณะของ แมวเปอร์เซีย แต่มันก็ไม่ใช่แมวเปอร์เซียโดยแท้ มันเป็นแมวขนยาวที่ถูกผสมพันธุ์ขึ้นมาใหม่ ด้วยแนวคิดนี้ ทำให้แมวเหล่านี้ได้รับการยอมรับและถูกจดทะเบียนขึ้นมาโดย CFA ซึ่งในขณะนั้นมีกฎในการยอมรับสายพันธุ์ใหม่ โดยที่ผู้ขยายพันธุ์ต้องแสดงให้เห็นถึงการขยายพันธุ์ของแมวหิมาลายัน นี้ 3 ช่วงยุค(Generation) เพื่อที่จะมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการแช่งขันระดับ championship

ในทุกวันนี้ แมวหิมาลายันได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ของแมวหิมาลายันนั้นไม่ตรงตามมาตรฐานของสายพันธุ์ ซึ่งเป็นไปตามลักษณะของแมวเปอร์เซีย นักขยายพันธุ์หลายๆ คนได้หยุดการผสมพันธุ์กับแมวเปอร์เซียนสีล้วน แต่กลับผสมพันธุ์แมว colorpoint กับแมว colorpoint กันเอง และส่งผลให้การพัฒนาแมวหิมาลายันนั้นมีลักษณะไม่ค่อยตรงกับมาตรฐานของสาย พันธุ์เปอร์เซียและในหลายกรณีที่แมวหิมาลายัน กลายมาเป็นแมวขนยาว colorpoint ที่มีจมูกยาวแทน

ในช่วงปี 1970 ผู้เลี้ยงแมวหิมาลายันได้เริ่มที่จะประเมินถึงเป้าหมายที่พวกเค้ากำลัง พยายามจะทำให้สำเร็จ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขากำลังเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาสายพันธุ์แมวให้ เป็นพันธุ์เปอร์เซียที่ดีกว่าเดิม พวกเขาเริ่มที่จะผสมแมวเปอร์เซียข้ามสายพันธุ์โดยใช้หลักการตามปกติ และนำลูกหลานมาใช้ในการขยายพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มมีแมวขนยาว colorpoint ที่มีลักษณะเปอร์เซียที่ดีกว่าปรากฏ แมวเหล่านี้ดูเหมือนแมวเปอร์เซียมากยิ่งขึ้น และในที่สุดมันก็สามารถที่จะแข่งขันกับแมวเปอร์เซียเพื่อขิงรางวัลชนะเลิศ ตามที่ปรารถนา

ดังนั้นจึงมีคำถามต่อมาว่า ถ้าแมวสายพันธุ์นี้ดูเหมือนแมวเปอร์เซีย และเป็นที่สามารถแข่งขันกับแมวเปอร์เซีย แล้วทำไมพวกมันจึงต้องแข่งขันในฐานะสายพันธุ์อื่น หลายๆคนเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ของการที่เราจะจัดแมวหิมาลายันเป็น Division หนึ่งของแมวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตามยังมีคนบางกลุ่มที่ยังชอบในลักษณะของแมวหิมาลายันเก่าๆและแมว ของเขาไม่สามารถที่จะแข่งขันกับแมวอื่นๆในเวทีการแสดงได้ โดยมีบางส่วนในนี้ที่เริ่มจะเบนหนีจากการพัฒนาให้เป็นมาตรฐานของแมวเปอร์ เซียซึ่งเป็นลักษณะพื้นฐานที่แมวหิมาลายันในยุคปี 60 เป็นแบบนั้น หากคุณชำเลืองแมวหิมาลายันในการแสดงโชว์แมวในปัจจุบันก็จะเห็นว่าเป้าหมาย ของพวกเขานั้นยังไม่สำเร็จเลย และในปี 1987 Persian Breed Council ได้มีการให้ลงคะแนนว่า “ควรหรือไม่ที่จะให้แมวหิมาลายันในปัจจุบันจัดเป็น Division หนึ่งของแมวเปอร์เซีย”

และยังมีการลงคะแนนจากทาง Himalayan Breed Council ในหัวข้อเดียวกันคือ
” แมวสายพันธุ์หิมาลายันควรจะจัดเป็นแบบใด
A) อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
B) เป็น Division หนึ่งของสายพันธุ์เปอร์เซีย


ถึงแม้ว่าทั้งสองสมาคมจะคัดค้านการเปลี่ยนแปลงนั้น แต่กระนั้นแล้วบอร์ดบริหารของ CFA ก็ยังเลือกที่จะจัดแมวหิมาลายันลงไปในสายพันธุ์ของแมวเปอร์เซีย สำหรับการตัดสินใจที่เสี่ยงต่อความขัดแย้งนี้มีเหตุผลอธิบายคือได้ใช้ความ สอดคล้องในโครงสร้างของสายพันธุ์คือ แมวเปอร์เซียสองสีที่มีเชื้อตระกูลมาจากพวกขนสั้นและจัดเป็นลูกผสม ยังถูกยอมรับให้แข่งขันในระดับ championship ปี 1970 ดังนั้นแล้ว ความจริงที่ว่าแมวหิมาลายันเป็นลูกผสมกับแมวไทยนั้น ก็ไม่น่าจะต่างกัน และควรจะถูกยอมรับเป็น Division หนึ่งของสายพันธุ์เปอร์เซีย

ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา แมวหิมาลายันนั้นชนะในการแสดงโชว์แมวอย่างไม่ขาดสาย ในภาพรวมจะเห็นได้ชัดว่าสายพันธุ์ได้ถูกปรับปรุงอย่างรวดเร็ว และหลายครั้งที่ได้ประสบความสำเร็จในการชนะการแข่งขันระดับ regional และระดับ national  เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆแล้ว แมวสายพันธุ์หิมาลัยยังคงเป็นผลงานชิ้นเอกมาโดยตลอด และนักขยายพันธุ์ยุคต้นๆและยุคร่วมสมัยนั้นคงจะสามารถภูมิใจในสิ่งที่เค้าทำ และมีผลมาถึงทุกวันนี้

สีสันและลวดลาย
แมวหิมาลายันได้มีพัฒนาการมากมายในตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการอุทิศตนและการทำงานหนักของนักขยายพันธุ์ที่จะทำ ให้รวมสายพันธุ์หิมาลายันเป็น Division หนึ่งของแมวเปอร์เซีย แต่แมวหิมาลายันในปัจจุบันค่อนข้างจะแตกต่างกับที่มันเคยเป็นในอดีตอย่างมาก

ในปี 1957 แมวหิมามาลัยได้ถูกบันทึกไว้กับ CFA ในจุดสี seal , blue , chocolate และ lilac และมีจุดสีเพิ่มอีกคือ flame , tortie ในปี 1957 , blue-cream ในปี 1972 , cream ในปี 1979 และ lynx ในปี 1982 ในขณะที่สี seal , blue , chocolate และ lilac ได้ถูกบันทึกไว้เป็นเวลานาน แต่สี chocolate และ lilac ก็เพิ่งจะเป็นที่แข่งขันได้เมื่อไม่นานมานี้ ตั้งแต่ปี 1992 เราจะเห็นการเพิ่มขึ้นของสี chocolate และ lilac ที่ได้รับรางวัล grand champion โครงสร้างพันธุศาสตร์ของสี chocolate และ lilac ค่อนข้างจะซับซ้อน ทำให้มีแค่บางคนเท่านั้นที่เต็มใจจะขยายพันธุ์ ดังนั้นการพัฒนานี้จึงเป็นผลโดยตรงมาจากคนเหล่านี้นั่นเอง

chocolate มีลักษณะกรรมพันธุ์อ่อนและในภาวะ homozygous จะผลิตได้ทั้งสี chocolate และ lilac พูดในอีกทางหนึ่งคือ ทั้งพ่อและแม่จะต้องมีอัลลีลเป็นสี chocolate ทั้งคู่เพื่อที่จะให้ลูกหลานสามารถแสดงสีออกมา ถ้ามีองค์ประกอบตามนี้คือได้รับมรดกพันธุกรรมมาจากทั้งพ่อและแม่แล้ว ก็จะแสดงสี chocolate แต่ถ้าได้รับมรดกทางพันธุกรรมเพียงจากพ่อหรือจากแม่ ก็จะเป็น heterozygous ของ chocolate ซึ่งมีสี chocolate แฝงอยู่ภายในและแสดงสีที่เหนือกว่าออกมา

พวกสี flame และ tortie ถือเป็นสีที่เป็นที่นิยมในบรรดาแมวหิมาลายันมาโดยตลอด ด้วยความตัดกันของตาสี blue และจนสี white โทน ของพวกสี flame

สี Cream และสี blue-cream นั้นคล้ายกับสี flames และ torties ที่ค่อนช้างเจือจางลง โดยมันอาจจะดูเด่นจากสีสันที่อ่อนนุ่มของมัน และขนปกคลุมที่ค่อนข้างเห็นเด่นชัดเจน

สำหรับสีสุดท้าย แต่ไม่ท้ายที่สุด มากับสี lynx ซึ่งเป็นสีที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน สี lynx จะลวดลายเป็นแถบๆสี ซึ่งทำให้มันไม่เหมือนกับ colorpoint อื่นๆ สำหรับสีเหล่านี้นั้นเกิดจากการรวมกันของ ยีน tabby ที่เป็นยีนเด่นกับยีนด้อย ที่เป็นตัวยับยั้งเมลานินของแมวหิมาลายัน มีเอกสารบันทึกว่ามีการผสมพันธุ์ของพวก tabbies หรือ silvers กับพวกหิมาลายันเมื่อราวปี 1970

ลักษณะนิสัยแมวหิมาลายัน
แมวหิมาลายันส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่พวกที่ไม่สามารถอยู่ นิ่งได้ กล่าวคือ มันไม่ได้ขยับไปขยับมาตลอดเวลา แม้มันชอบที่จะเล่นและเป็นค่อนข้างจะคล่องแคล่ว แต่มันก็มีเวลาของมันและมันชอบที่จะทำอะไรที่คุณกำลังทำอยู่ คำที่จะอธิบายลักษณะของมันได้มากที่สุดคือ people oriented ก็คือมีแนวโน้มที่จะอยู่กับคน ช่วยเหลือคน ปฏิบัติตามคน ในขณะที่ผู้เขียนกำลังเขียนบทความเรื่องนี้อยู่มันก็นั่งอยู่บนตักของเขา มันชอบเจ้าของของมันมาก แมวหิมาลายันมักจะพยายามที่จะช่วยเหลือคุณในทุกๆเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่คุณอ่านหนังสือพิมพ์ หรือจัดเตียง มันมักจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของคุณเสมอ และมันก็จะระบายความรู้สึกของมันออกมาทางเสียงที่ไพเราะเป็นเหมือนดนตรี สิ่งที่มันต้องการที่สุดก็คือแค่การที่เราอุทิศแรงกายแรงใจในการเลี้ยงดู เอาใจใส่มันแค่นั้นเอง

การดูแลแมว
ด้วยขนที่ยาวของมัน ทำให้คุณจะต้องหมั่นรักษาความสะอาด หมั่นแปรงขนให้มันบ่อยๆ โดยมันควรจะได้รับการดูแลและแปรงขนทุกๆวันรวมถึงการอาบน้ำให้อาทิตย์ละครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ถ้าคุณกำลังคิดที่จะให้มันเข้าร่วมการโชว์แสดงแมว คุณจะต้องมีการจัดตารางการทำความสะอาดให้เข้มงวดกว่าเดิม
( โดยจะต้องคำนึงถึงลักษณะของขนของมัน ซึ่งมันอาจจะต้องการการอาบน้ำวันเว้นวันเลยก็เป็นได้ ) โดยส่วนใหญ่แล้วมันมักจะเคยชินกับการทำความสะอาดและอาบน้ำตั้งแต่เมื่อมัน ยังเป็นลูกแมว ดังนั้นมันก็จะยินยอมสิงเหล่านี้โดยไม่อิดออดอะไรมาก ผู้เลี้ยงบางคนสนใจในทุกรายละเอียดของความสวยงามของมัน ไม่ว่าจะเป็น ความยาวของจมูกมัน มันเป็นไปได้ที่จะเลี้ยงแมวเปอร์เซียแสนสวยงามที่มีจมูกสั้นมากแต่ทำงานได้ อย่างปกติ ซึ่งจะไม่เป็นปัญหากับระบบหายใจ  แต่กลับแสดงถึงการที่มันมีสุขภาพดีและแข็งแรง

อนาคตของแมวหิมาลายัน
ในขณะที่แมวหิมาลายันนั้นเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน มันจึงยากที่จะเชื่อว่าความนิยมของมันจะเสื่อมลงในอนาคตข้างหน้า เนื่องจากว่ามันไม่มีโรคใดที่เจาะจงต่อแมวหิมาลายัน เราจึงยังคาดหวังได้ว่ามันจะยังคงความเป็นสัตว์ที่มีสุขภาพดีไปจนถึงศตวรรษ หน้า ถึงแม้ว่าเราจะพยายามรับผิดชอบทุกๆอย่าง อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงในอนาคตอาจจะต้องเจอปํญหาสุขภาพของแมว ดังนั้นเราจะต้องตั้งใจดูแลและรักษามานอย่างดี เพื่อที่จะทำให้แมวหิมาลายันของเรายังคงสุขภาพดีต่อไปถึงผู้เลี้ยงในรุ่นลูก รุ่นหลานต่อไป

สิ่งที่เป็นความท้าทายของเราในฐานะคนเลี้ยงคือ ข้อสงสัยของมือใหม่ ในแวดวงแมวต้องการมือใหม่และมือใหม่ต้องการคำปรึกษา เมื่อคุณปล่อยให้แมวของคุณไปอยู่กับเจ้าของคนใหม่ และใช้เวลาในการสอนเพื่อที่จะให้มันเชื่องเหมือนเวลาอยู่กับเรา เราย่อมรู้อยู่แล้วว่าเราย่อมหมดกำลังใจและท้อแท้เมื่อเราไม่มีใครให้พูด ด้วยเพื่อปรึกษาและแก้ปัญหาต่างๆ ดังน้นจงใช้เวลาเพื่อสอนมือใหม่ ซึ่งผลตอบแทนที่คุณจะได้ก็คือความสุข และสุขภาพที่ดีของแมวหิมาลายันในอนาคตนั่นเอง
 
ref. http://www.cfa.org/breeds/profiles/articles/persian-himalayan.html
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓:๓๕ น.
 
valid xhtml valid css